วันพุธที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สรุปสิ่งที่ได้จากการเรียน การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร ครั้งที่ 1-2

จากการที่ได้เรียนในครั้งที่ 1 และ 2 วิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร ทำให้ได้รู้ถึงบทบาทความหมายของข้อมูล สารสนเทศ ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง รู้วิธีการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา ทำให้ทราบถึงประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตมากขึ้นแต่ก็มีผลด้านเสียบ้าง พอสรุปได้ดังนี้

1. ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่

  • ความหมายของข้อมูล สารสนเทศ ระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เรียนรู้ถึงความหมาย ความสัมพันธ์ของข้อมูลและสารเทศ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • คุณสมบัติที่ดีของสารสนเทศ ได้แก่ มีความถูกต้องเชื่อถือได้ สามารถตรวจสอบได้ มีความสมบูรณ์ ทันต่อการใช้งานหรือทันเวลา มีความกะทัดรัด และตรงประเด็นหรือตรงตามความต้องการ
  • การจัดโครงสร้างของระบบสารสนเทศ มีลักษณะคล้ายรูปปิรามิด แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การจัดโครงสร้างของระบบสารสนเทศโดยแบ่งตามการใช้สารสนเทศ และการจัดโครงสร้างของระบบสารสนเทศโดยแบ่งตามกิจกรรม
  • การไหลเวียนของสารสนเทศ คือ การรวบรวมระบบงานย่อยต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยสารสนเทศย่อย ๆ สร้างเป็นฐานข้อมูล เป็นการนำสารสนเทศที่ไหลเวียนในระบบที่มีการเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานระดับต่าง ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้
  • การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ โดยให้ความสำคัญและต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ ข้อควรคำนึงในการจัดทรัพยากรสารสนเทศ และการนำการจัดการทรัพยากรสารสนเทศมาช่วยในงานด้านต่าง ๆ

2. เทคโนโลยีสารสนเทศต่อการพัฒนาการศึกษา ได้แก่

  • บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ที่ มสด.นำมาใช้ 3 ด้าน ได้แก่ MIS EM และ ITE
  • ห้องสมุดเหมือน หรือ Digital Library ซึ่ง มสด.บริการฐานข้อมูลออนไลน์ 3 ประเภท ได้แก่ e-JOURNAL วิทยานิพนธ์ ภาคนิพนธ์และงานวิจัยและบทคัดย่อ และ e-Book
  • บทบาทของระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตกับการสนับสนุนการศึกษา ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทำให้การสืบค้นข้อมูลและแลกเปลี่ยนสาระความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงมากขึ้น รูปแบบการศึกษา เช่น การศึกษาทางไกล การเรียนการสอนผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์ การเรียนแบบออนไลน์ ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอน และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
  • นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ ระยะ พ.ศ.2544-2553 (IT 2010) ของไทยได้กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์กรพัฒนาด้านการศึกษาไว้ว่า เป้าหมายคือสร้างความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมด เพื้อพัฒนาให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ สำหรับยุทธศาสตร์ที่ใช้เป็นการเน้นหนักในการจัดหา จัดสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน โครงสรางพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และการเรียนรู้ รวมถึงวิชาการ ความรู้สารสนเทศต่าง ๆ และผู้สอน
  • แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกระทรวงศึกษาธิการ ปี พ.ศ.2550-2554 ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์
  • บทบาทของผู้บริหารการศึกษาต่อการพัฒนาการศึกษา ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางและนโยบายการศึกษา การพัฒนาการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีการศึกษา

3. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อตอบสนองความต้องการภาครัฐและเอกชน ได้แก่

  • ระดับการบริหารงานในองค์กร ซึ่งแบ่งการบริหารเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระบดับกลาง และผู้บริหารระดับต้นหรือระดับปฏิบัติการ
  • ระดับของการตัดสินใจ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การตัดสินใจระดับสูง การตัดสินใจระดับกลางและการตัดสินใจระดับปฏิบัติการ
  • ระบบสารสนเทศสำหรับองค์กร ประกอบด้วยระบบสารสนเทศย่อย ๆ ที่สัมพันธ์กัน คือ ระบบประมวลผลรายการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสารสนเทศสำนักงาน ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และระบบสนับสนุนผู้บริหารระดับสูง
  • การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาองค์กรขึ้นอยู่กับความพร้อมของปัจจัยภายในองค์กรหลายด้าน โดยต้องอาศัยการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพโดยมีระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหารซึ่งเป็นระบบสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารงานให้เกิดประสิทธิภาพ

4. เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม การเมือง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผลของความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายด้าน คือ จากสังคมอุตสาหกรรมเป็นสังคมสารสนเทศ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาททางด้านธุรกิจอย่างมาก จึงมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรม การศึกษา เศรษฐกิจและการเมืองได้อย่างรวดเร็ว
  • เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้เกิดประโยชน์ด้านบวกมากกว่าผลเสียต่อสังคม
  • เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการพัฒนาทางด้านการเมือง เช่น การเตรียมข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็วและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการเมืองต่าง ๆ แนวความคิด พรรคกาเมือง การหาเสียงเพื่อให้เกิดความศรัทธามากขึ้น
  • เทคโนโลยีสมัยใหม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนสารสนเทศให้มาอยู่ในรูปแบบความรู้แทน คือข้อมูลจะถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นสารสนเทศแล้วพัฒนาไปสู่ความรู้และในที่สุด คือการสร้างปัญญา การจัดการความรู้ ระบบสังคมบนพื้นฐานขององค์ความรู้มักจะต้องพูดถึงองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ ศักยภาพการแข่งขัน เทคโนโลยีสารสนเทศ และทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
  • กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการอยู่รอดขององค์กรและการสร้างได้เปรียบในการแข่งขัน โดยต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ การวิเคราะห์กลยุทธ์ การจัดทำกลยุทธ์ และการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ
  • เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ได้แก่ เพิ่มปริมาณการขาย การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณภาพของสินค้าและบริการ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
  • ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เหตุผลที่ทำให้เกิดข้อโต้แย้งในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในประเด็นที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงและความเสียง คือ ประการแรก การสร้างเทคโนโลยีสารสนเทศเสียค่าใช้จ่ายและต้องใช้เวลา ประการที่สอง การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง และประการสุดท้าย การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศมีความเสี่ยง
  • ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีต่อองค์กร เหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดความล้มเหลวขององค์กรคือ ความผิดพลาด้านการบริหาร การสร้างความสำเร็จให้เกิดกับองค์กรนั้นจะต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน มุ่งเน้นการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติตลอดจนมีการดำเนินงานที่ดี คอมพิวเตอร์ได้รับการยอมรับว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างสารสนเทศที่มีคุณค่าแม้ว่าคอมพิวเตอร์จะสร้างสารสนเทศได้มากมายแต่ก็มีคนไม่มากที่เข้าถึงสารสนเทศอย่างแท้จริง การที่สารสนเทศมีบทบาทเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่เคยปฎิบัติเป็นประจำ องค์กรต่าง ๆ ได้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ ทำให้องค์กรมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันการเข้าถึงสารสนเทศและการนำสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ สามารถทำได้ในทุกระดับ ทำให้ผู้ที่ต้องทำการตัดสินใจมีความรอบรู้มากขึ้นและทำให้เกิดความเสี่ยงในการตัดสินใจน้อยลง ศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลี่ยนแนวความคิดในการดำเนินการทางธุรกิจของผู้บริหารให้กว้างออกไปอีก
  • การบริหารการเปลี่ยนแปลงเทคโลยีสมัยใหม่ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาองค์กรสามารถทได้หลายระดับและหลายรูปแบบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้ก้าวทันไปกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปในขณะเดียวกันผู้บริหารจะต้องมีวิสัยทัศน์ หากผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์ทำให้การนำเทคโนโลยีไปใช้ไม่คุ้มค่าหรือไม่มีประสิทธิภาพ

-------------------------------------------------------------------

  • คำถาม ทำไมลองเข้าไป google เพื่อค้นหาชื่อเวปบล็อกตัวเองไม่เจอ

-------------------------------------------------------------------

  • สภาพปัญหา จากการศึกษาและลงมือปฏิบัติการจัดทำ blog รู้สึกสนุกดีและได้รับประโยชน์มาก ๆ ลองกลับมาฝึกทำที่บ้านด้วย อยากเพิ่มบล็อก และแกดเกด ให้มากกว่านี้ก็เลยลองนำมาฝึกลองเพิ่มดู ก็ไม่ยากนะคะ เพราะมีคำอธิบายพอช่วยเหลือได้ แต่ปัญหาก็มีบ้างถ้าเป็นคำอธิบายภาษาอังกฤษและซับซ้อน ก็เริ่มไม่มั่นใจที่จะดำเนินการต่อไป และบางครั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็ไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับมีเวลาในการศึกษาอย่างลึกซึ้งน้อยไป เพราะต้องทำงานประจำด้วย แต่เบื้องต้นแล้วเข้าใจโปรแกรมและสามารถทำได้ ทั้งนี้เนื่องจากได้รับความรู้จากท่านอาจารย์ที่ได้ตั้งใจสอนและช่วยแนะนำถึงวิธีการทำ เทคนิคที่ดี ทำให้เข้าใจง่ายต่อการเรียนรู้ ข้าพเจ้าจะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงขอขอบพระคุณท่านอาจารย์ ณ โอกาสนี้

1 ความคิดเห็น:

  1. As the owner of a horse ranch, I require tractors that are capable of arena upkeep, transportation, and land clearing. The john deere 750 is among my top considerations due to its dependable nature, but I'm also looking at the john deere 4840 for its increased horsepower. The kubota b2601 excels in navigating stables, whereas the john deere 2010 may serve as a solid workhorse for managing pastures. Right now, I'm weighing whether the john deere 420 is the ideal choice for my everyday farm operations. Which one should I go for?

    ตอบลบ